หน้าแรก เกี่ยวกับเรา แพ็กเกจ บทความ ติดต่อเรา โทร 098-1498987
ธุรกิจ

ประกันสังคมนายจ้าง 2569 ฐาน 17,500 จ่ายเท่าไหร่

ประกันสังคมนายจ้าง 2569 ฐานค่าจ้างใหม่ 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาท และการยื่น สปส.1-10

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคมเปลี่ยนจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ข่าวส่วนใหญ่พูดถึงฝั่งลูกจ้างว่าถูกหักเพิ่มเท่าไร แต่ฝั่งนายจ้างต้องจ่ายสมทบเพิ่มในจำนวนเท่ากัน และยังมีหน้าที่หักเงิน ยื่นแบบ และนำส่งให้ทันทุกเดือน บทความนี้สรุปสำหรับเจ้าของกิจการว่าปี 2569 ต้องจ่ายเท่าไร คำนวณอย่างไร ยื่น สปส.1-10 ภายในวันไหน และถ้าส่งช้าจะเสียเงินเพิ่มอย่างไร

สรุปเร็ว: ลูกจ้างที่อายุ 15–60 ปีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน (สปส.1-01 / สปส.1-03) ทุกเดือนให้หักค่าจ้างลูกจ้าง 5% และนายจ้างสมทบอีก 5% โดยคิดจากฐานค่าจ้างต่ำสุด 1,650 บาท และสูงสุด 17,500 บาท (ค่าจ้างปี 2569–2571) จึงจ่ายฝ่ายละไม่เกิน 875 บาทต่อคนต่อเดือน แล้วยื่น สปส.1-10 พร้อมนำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นผ่าน e-Service และชำระผ่าน e-Payment ได้ขยายอีก 7 วันทำการ ถ้าส่งช้าหรือส่งไม่ครบ ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย (มาตรา 49)

ประกันสังคมนายจ้าง 2569 เปลี่ยนอะไร

สิ่งที่เปลี่ยนคือเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามกฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ส่วนอัตราเงินสมทบยังเท่าเดิม คือนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง

เพดานใหม่ปรับขึ้นเป็นขั้นบันได 3 ช่วง

ค่าจ้างงวดฐานค่าจ้างต่ำสุดฐานค่าจ้างสูงสุดเงินสมทบสูงสุด (ฝ่ายละ)
ก่อน 1 ม.ค. 2569 (เดิม)1,650 บาท15,000 บาท750 บาท
1 ม.ค. 2569 – 31 ธ.ค. 25711,650 บาท17,500 บาท875 บาท
1 ม.ค. 2572 – 31 ธ.ค. 25741,650 บาท20,000 บาท1,000 บาท
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 25751,650 บาท23,000 บาท1,150 บาท

ผลต่อนายจ้างคือ ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างเกิน 15,000 บาทต่อเดือน นายจ้างจะจ่ายสมทบเพิ่มขึ้นจากเดิม สูงสุดเดือนละ 125 บาทต่อคน (875 − 750) ส่วนลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาท ยอดเงินสมทบไม่เปลี่ยน เพราะคิด 5% จากค่าจ้างจริงเหมือนเดิม

ฐานค่าจ้างประกันสังคมมาตรา 33 แบบขั้นบันได ปี 2569–2571 สูงสุด 17,500 บาท จ่าย 875 บาท ปี 2572–2574 สูงสุด 20,000 บาท และตั้งแต่ปี 2575 สูงสุด 23,000 บาท

นายจ้างแบบไหนต้องเข้าระบบประกันสังคม

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือร้านค้าบุคคลธรรมดา

  • ใครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33: ลูกจ้างที่อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ถ้าเป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วและอายุครบ 60 ปีโดยยังทำงานกับนายจ้างเดิม ให้ถือว่าเป็นผู้ประกันตนต่อไป (มาตรา 33)
  • ลูกจ้างต่างด้าว: ขึ้นทะเบียนได้เช่นกัน โดยใช้สำเนาใบอนุญาตทำงานและสำเนาหนังสือเดินทางประกอบ
  • เจ้าของกิจการคนเดียว: เจ้าของกิจการเป็นนายจ้าง จึงขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการของตัวเองไม่ได้

ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง ต้องทำภายในกี่วัน

เรื่องแบบที่ใช้กำหนดเวลา
ขึ้นทะเบียนนายจ้าง (ครั้งแรกที่มีลูกจ้าง)สปส.1-01ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้าง พร้อมขึ้นทะเบียนลูกจ้าง (มาตรา 34)
ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน (แจ้งเข้า)สปส.1-03ภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน (มาตรา 34)
แจ้งลูกจ้างลาออกหรือพ้นสภาพ (แจ้งออก)สปส.6-09ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลูกจ้างออก
แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่แจ้งไว้ตามแบบที่ สปส. กำหนดภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง (มาตรา 44)

นายจ้างที่สำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ยื่นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ส่วนต่างจังหวัด ยื่นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือสาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เมื่อขึ้นทะเบียนนายจ้างแล้ว การแจ้งเข้า แจ้งออก และการยื่นแบบรายเดือน ทำผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคมได้

ถ้าไม่ขึ้นทะเบียน: นายจ้างที่โดยเจตนาไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนภายในกำหนดตามมาตรา 34 หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงภายในกำหนดตามมาตรา 44 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 96) และถ้านายจ้างเป็นนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ที่สั่งการหรือกระทำการ หรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการตามหน้าที่ จนเป็นเหตุให้นิติบุคคลกระทำความผิด ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้นด้วย (มาตรา 101)

เงินสมทบประกันสังคม 2569 คำนวณอย่างไร

หลักการคำนวณตามมาตรา 46 และ 47

  1. หาฐานค่าจ้าง: ใช้ค่าจ้างจริงของเดือนนั้น ถ้าต่ำกว่า 1,650 บาท ให้ใช้ 1,650 บาท ถ้าเกิน 17,500 บาท ให้ใช้ 17,500 บาท
  2. คูณ 5% ได้เงินสมทบส่วนของลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างหักจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่าย
  3. นายจ้างสมทบเท่ากัน อีก 5% (นายจ้างออกเอง ห้ามหักจากลูกจ้าง)
  4. ปัดเศษรายคน: เศษตั้งแต่ 50 สตางค์ขึ้นไปปัดเป็น 1 บาท ต่ำกว่า 50 สตางค์ปัดทิ้ง
  5. ถ้าลูกจ้างทำงานกับนายจ้างหลายราย แต่ละนายจ้างคำนวณจากค่าจ้างที่ตัวเองจ่าย

ตัวอย่าง: บริษัทมีลูกจ้าง 3 คน (ค่าจ้างเดือนกันยายน 2569)

ลูกจ้างค่าจ้าง/เดือนฐานที่ใช้คำนวณลูกจ้างถูกหัก 5%นายจ้างสมทบ 5%รวมนำส่งเทียบฐานเดิม 15,000 (ฝ่ายละ)
ก9,0009,000450450900450 (เท่าเดิม)
ข16,00016,0008008001,600750 (เพิ่ม 50)
ค30,00017,500 (เพดาน)8758751,750750 (เพิ่ม 125)
รวม2,1252,1254,250

บริษัทนี้ต้องยื่น สปส.1-10 ของค่าจ้างเดือนกันยายน 2569 และนำส่งเงิน 4,250 บาท ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ภาระที่นายจ้างจ่ายเองจริงคือ 2,125 บาท ส่วนอีก 2,125 บาทเป็นเงินที่หักจากค่าจ้างลูกจ้าง

ตัวอย่างการปัดเศษและฐานต่ำสุด

  • ลูกจ้างค่าจ้าง 12,345 บาท: 12,345 × 5% = 617.25 บาท ปัดทิ้งเหลือ 617 บาท
  • ลูกจ้างพาร์ตไทม์ได้ค่าจ้างเดือนนั้น 1,200 บาท: ต่ำกว่าฐานต่ำสุด จึงใช้ 1,650 × 5% = 82.50 บาท ปัดขึ้นเป็น 83 บาท
ตัวอย่างคำนวณเงินสมทบประกันสังคม 2569 ค่าจ้าง 9,000 บาท จ่ายฝ่ายละ 450 บาท ค่าจ้าง 16,000 บาท ฝ่ายละ 800 บาท ค่าจ้าง 30,000 บาท ใช้เพดาน 17,500 บาท ฝ่ายละ 875 บาท รวมนำส่ง 4,250 บาท

ยื่น สปส.1-10 ภายในวันที่เท่าไร และยื่นช่องทางไหน

สปส.1-10 คือแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบรายเดือน มี 2 ส่วน คือส่วนที่ 1 (ยอดรวมของสถานประกอบการ) และส่วนที่ 2 (รายละเอียดลูกจ้างรายคน) ถ้ายื่นผ่าน e-Service จะส่งเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนแบบกระดาษ

ช่องทางกำหนดยื่นและนำส่ง
ยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ที่สำนักงานประกันสังคม / ชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารที่ สปส. กำหนดภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (มาตรา 47)
ยื่นแบบผ่าน e-Service และชำระผ่าน e-Paymentขยายอีก 7 วันทำการ นับจากวันที่พ้นกำหนดวันที่ 15 สำหรับค่าจ้างงวดมกราคม 2568 ถึงธันวาคม 2572 ตามประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2567

ข้อควรรู้

  • เงินสมทบต้องนำส่งตามเดือนที่หักค่าจ้าง ถ้านายจ้างไม่ได้จ่ายค่าจ้างตามกำหนด ก็ยังต้องนำส่งเงินสมทบเสมือนว่าได้จ่ายค่าจ้างแล้ว (มาตรา 47 วรรคสาม)
  • 7 วันทำการไม่รวมวันหยุด จึงไม่ได้ตรงกับวันที่เดิมทุกเดือน ควรตรวจวันครบกำหนดของแต่ละเดือนก่อนชำระ
  • ถ้านำส่งเกินจำนวน ขอคืนได้ภายใน 1 ปีนับจากวันที่นำส่ง ถ้าไม่ขอคืนภายในกำหนด เงินส่วนนั้นตกเป็นของกองทุน (มาตรา 47 วรรคสี่)

ขั้นตอนยื่น สปส.1-10 ผ่าน e-Service แบบย่อ

  1. สมัครใช้งานระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคมในนามสถานประกอบการ (ทำครั้งเดียว)
  2. ทุกเดือน ตรวจรายชื่อลูกจ้างให้ตรงกับที่แจ้งเข้า–แจ้งออกไว้ แล้วกรอกค่าจ้างของแต่ละคน
  3. ระบบคำนวณเงินสมทบให้ ตรวจยอดกับรายงานเงินเดือน (payroll) ก่อนยืนยัน
  4. ชำระผ่าน e-Payment ของธนาคารที่ร่วมโครงการ แล้วเก็บหลักฐานการยื่นและการชำระไว้
กำหนดยื่น สปส.1-10 และนำส่งเงินสมทบประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นผ่าน e-Service และชำระผ่าน e-Payment ขยายอีก 7 วันทำการ

ส่งประกันสังคมล่าช้า เสียเงินเพิ่มเท่าไร

นายจ้างที่ไม่นำส่งเงินสมทบ หรือนำส่งไม่ครบภายในกำหนด ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่ง แต่เงินเพิ่มรวมแล้วต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่าย (มาตรา 49) ยอดเงินเพิ่มที่แน่นอนของแต่ละกรณีให้ตรวจจากระบบ e-Service หรือสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ก่อนชำระ

เงินเพิ่มคิดจากเงินสมทบทั้งส่วนของนายจ้างและส่วนของลูกจ้าง และถ้านายจ้างไม่ได้หักค่าจ้างลูกจ้างไว้ หรือหักไม่ครบ นายจ้างต้องรับผิดจ่ายส่วนของลูกจ้างเต็มจำนวนพร้อมเงินเพิ่มเอง ส่วนลูกจ้างยังได้รับสิทธิเหมือนส่งเงินสมทบครบแล้ว (มาตรา 49 วรรคสอง)

ตัวอย่าง: ส่งเงินสมทบเดือนกันยายน 2569 ช้า

ใช้บริษัทเดิม (เงินสมทบรวม 4,250 บาท) กำหนดนำส่งคือวันที่ 15 ตุลาคม 2569 (วันพฤหัสบดี) เงินเพิ่มเดือนละ 4,250 × 2% = 85 บาท ถ้าค้างไว้ 3 เดือน เงินเพิ่มประมาณ 255 บาท รวมต้องจ่ายประมาณ 4,505 บาท และไม่ว่าจะค้างนานเท่าไร เงินเพิ่มจะไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย

แม้เงินเพิ่มต่อเดือนดูไม่มาก แต่การส่งช้ามีผลอื่นที่หนักกว่า

  • ถูกเตือนและประเมินเงินสมทบ: ถ้านายจ้างไม่นำส่ง พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ชำระภายในเวลาที่กำหนด (ไม่น้อยกว่า 30 วัน) ถ้ายังไม่ชำระ เจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินเงินสมทบเอง เช่น ถือยอดเท่ากับเดือนสุดท้ายที่เคยส่ง หรือถ้าไม่เคยยื่นแบบ ให้ถือว่าลูกจ้างได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำรายวันในท้องที่คูณ 30 (มาตรา 47 ทวิ)
  • ขอขยายเวลาก็ไม่ลดเงินเพิ่ม: แม้เลขาธิการอนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาเพราะมีเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ก็ไม่ทำให้เงินเพิ่มลดลงหรือถูกงด (มาตรา 84/1)
  • ไม่ยื่น สปส.1-10 ภายในกำหนดมีโทษอาญา: นายจ้างที่ไม่ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบภายในกำหนดตามมาตรา 47 หรือยื่นแบบขึ้นทะเบียนหรือแจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 97)

ทางที่ช่วยประหยัดเงินได้ดีที่สุดคือนำส่งให้เร็วที่สุดเมื่อรู้ว่าพลาดกำหนด เพราะเงินเพิ่มเริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนด

กองทุนเงินทดแทน นายจ้างจ่ายแยกต่างหาก

นอกจากเงินสมทบกองทุนประกันสังคมรายเดือนแล้ว นายจ้างยังต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ซึ่งคุ้มครองลูกจ้างกรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน กองทุนนี้นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ห้ามหักจากลูกจ้าง

  • อัตรา: ระหว่าง 0.2–1.0% ของค่าจ้าง ตามประเภทกิจการที่กำหนดในประกาศกระทรวงแรงงาน (อัตราของแต่ละกิจการอาจลดหรือเพิ่มตามสถิติการประสบอันตรายของนายจ้าง)
  • ฐานค่าจ้าง: คิดจากค่าจ้างคนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี (เป็นเพดานของกองทุนเงินทดแทน แยกจากเพดาน 17,500 บาทของกองทุนประกันสังคม) (ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ณ ปี 2569)
  • การยื่นประจำปี: นายจ้างยื่นแบบใบแสดงเงินค่าจ้างประจำปี (กท.20ก) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อแจ้งค่าจ้างที่จ่ายจริงในปีที่ผ่านมา ถ้าเงินสมทบที่จ่ายไว้ไม่ตรงกับค่าจ้างจริง สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ชำระเพิ่มหรือคืนส่วนที่เกิน

ดังนั้นค่าจ้างปี 2569 ต้องรายงานด้วยแบบ กท.20ก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570

ปฏิทินงานประกันสังคมของนายจ้าง

ความถี่งานที่ต้องทำ
ทุกครั้งที่รับลูกจ้างใหม่แจ้งเข้า สปส.1-03 ภายใน 30 วันนับจากวันเข้าทำงาน
ทุกครั้งที่ลูกจ้างออกแจ้งออก สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ทุกเดือนหักเงินสมทบ 5% ตอนจ่ายค่าจ้าง ยื่น สปส.1-10 และนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (e-Service + e-Payment ขยาย 7 วันทำการ)
ทุกปี (ภายในเดือนกุมภาพันธ์)ยื่น กท.20ก แจ้งค่าจ้างจริงของปีที่ผ่านมาสำหรับกองทุนเงินทดแทน
1 ม.ค. 2572เปลี่ยนเพดานในระบบเงินเดือนเป็น 20,000 บาท

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ปี 2569 นายจ้างต้องจ่ายประกันสังคมสูงสุดเท่าไรต่อลูกจ้าง 1 คน?
A: เดือนละไม่เกิน 875 บาท (5% ของเพดาน 17,500 บาท) และหักจากค่าจ้างลูกจ้างอีกไม่เกิน 875 บาท รวมนำส่งไม่เกิน 1,750 บาทต่อคนต่อเดือน ยังไม่รวมเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนที่นายจ้างจ่ายแยกต่างหาก

Q: ลูกจ้างเงินเดือน 15,000 บาทหรือต่ำกว่า ปี 2569 ต้องหักเพิ่มไหม?
A: ไม่ต้อง เพราะค่าจ้างยังไม่ถึงเพดาน ยังคิด 5% จากค่าจ้างจริงเท่าเดิม เช่น ค่าจ้าง 15,000 บาท หักฝ่ายละ 750 บาท ผลของเพดานใหม่จะเห็นเฉพาะลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างเกิน 15,000 บาทต่อเดือน

Q: ยื่น สปส.1-10 ภายในวันที่เท่าไร?
A: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสมทบ ถ้ายื่นผ่าน e-Service และชำระผ่าน e-Payment ได้ขยายอีก 7 วันทำการ สำหรับค่าจ้างงวดมกราคม 2568 ถึงธันวาคม 2572

Q: รับพนักงานใหม่ ต้องแจ้งประกันสังคมภายในกี่วัน?
A: ภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน ด้วยแบบ สปส.1-03 ถ้าเป็นลูกจ้างคนแรกของกิจการ ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-01 พร้อมกัน

Q: ส่งประกันสังคมช้า เสียค่าปรับเท่าไร?
A: เสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่ง แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย ถ้าค้างนานจนถูกเตือนแล้วยังไม่ชำระ เจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินเงินสมทบให้นายจ้างนำส่งได้

สรุป

ปี 2569 นายจ้างยังจ่ายประกันสังคม 5% เท่าเดิม แต่เพดานค่าจ้างเพิ่มเป็น 17,500 บาท ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างเกิน 15,000 บาทจึงมีเงินสมทบเพิ่มขึ้นทั้งฝั่งลูกจ้างและฝั่งนายจ้าง สูงสุดฝ่ายละ 875 บาทต่อเดือน สิ่งที่นายจ้างต้องทำให้ครบคือ ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน ยื่น สปส.1-10 และนำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือ 7 วันทำการหลังจากนั้นถ้ายื่นและชำระออนไลน์) แจ้งออกภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และยื่น กท.20ก ทุกเดือนกุมภาพันธ์ อย่าลืมปรับเพดานในระบบเงินเดือนอีกครั้งเมื่อถึงปี 2572

ถ้าไม่อยากต้องจำวันยื่นและคำนวณเงินสมทบเองทุกเดือน แพ็กเกจทำบัญชีรายเดือนของบริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด รวมการจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้างและการยื่นประกันสังคมไว้แล้ว พร้อมยื่นภาษีประจำเดือน ภ.ง.ด.1/3/53 และ ภ.พ.30 ให้ตรงเวลาทุกงวด

แหล่งอ้างอิง:

• พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558) มาตรา 33, 34, 44, 46, 47, 47 ทวิ, 49, 84/1, 96, 97 และ 101

• กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 81 ก ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2568 มีผล 1 ม.ค. 2569)

• ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 27 ธ.ค. 2567 (ค่าจ้างงวด ม.ค. 2568 – ธ.ค. 2572)

• สำนักงานประกันสังคม: เงินสมทบและการชำระเงิน, ผู้ประกันตนมาตรา 33, แบบ สปส.1-01 / สปส.1-03 / สปส.1-10 / สปส.6-09 — www.sso.go.th

• สำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506